หวัดดีชาวโลกทุกทั่น ที่แวะเวียนมาเยี่ยมชม Blog นี้

แค่อยากมีที่ไว้สำหรับเก็บรูปที่ตัวเองชอบก้อแค่นั้น กับมีที่เขียนอะไรเรื่อยเปื่อยตามอารมณ์



วันพุธที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2553

มอหินขาว สโตนเฮดเมืองไทยที่จังหวัดชัยภูมิ

ภาพนี้ขนาดเต็่มแล้วเด้อ บ่ต้องคลิกให้เมื่อย ...

มอหินขาว เป็นแหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติภูแลนคาตั้งอยู่ที่บ้านวังคำแคน หมู่ 9 ตำบลท่าหินโงม อำเภอเมือง เป็นกลุ่มหินทรายสีขาวขนาดใหญ่กลางทุ่งหญ้าบนเนินเขา มองเห็นได้เด่นชัดในระยะไกล ลักษณะคล้ายสโตนเฮ็นจ์ (Stonehenge) ของประเทศอังกฤษ มีอายุระหว่าง 197-175 ล้านปี เกิดจากการสะสมของตะกอนทรายแป้งและดินเหนียวจากทางน้ำ ต่อมาสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลง การตกตะกอนเปลี่ยนเป็นทราย ในสภาวะอากาศแบบแห้งแล้งกึ่งร้อนชื้นทับถมลงบนตะกอนทรายแป้งและดินเหนียวที่เกิดก่อนจึงแข็งตัวกลายเป็นหิน หลังจาก 65 ล้านปีที่ผ่านมา เกิดการเคลื่อนไหวของเปลือกโลกจากแรงบีบด้านข้างทำให้มีการคดโค้ง แตกหัก ผุพังและการกัดเซาะทั้งในแนวตั้งและแนวนอน ก่อให้เกิดลักษณะของเสาหินและแท่งหินอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ซึ่งมีรูปร่างและลักษณะแตกต่างกันออกไปตามจินตนาการของผู้พบเห็น บริเวณรอบๆนั้นยังมีกลุ่มหินอีกหลายแห่งซึ่งสามารถเดินศึกษาธรรมชาติได้ ทั้งยังเป็นพื้นที่ศึกษาสังคมของพันธุ์พืชต่างๆ สัตว์ป่าขนาดเล็ก แมลงและเป็นแหล่งป่าต้นน้ำลำธารภูแลนคาซึ่งชาวบ้านทำฝายกั้นน้ำกักเก็บไว้ใช้ และรอบ ๆ บริเวณที่ทำการหน่วยพิทักษ์ฯ ชั่วคราว มอหินขาว มีพื้นที่กางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยว เต็นท์เช่าราคา 100 บาท/คืน พักได้ 2 คน ในกรณีที่นำเต็นท์มาเองเสียค่าพื้นที่กางเต็นท์
การเดินทางไปชมแหล่งท่องเที่ยวผามอหินขาวจากตัวจังหวัดชัยภูมิ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2051 ถนนสายชัยภูมิ – ตาดโตนเป็นทางลาดยางระยะทางประมาณ 18กิโลเมตรเลี้ยวซ้ายก่อนถึงด่านของอุทยานแห่งชาติตาดโตนตามถนนตาดโตน – ท่าหินโงม เป็นทางลาดยางประมาณ 12 กิโลเมตรแยกซ้ายตามถนนแจ้งเจริญ – โสกเชือก เป็นทางลูกรัง ระยะทาง 6.5 กิโลเมตรถึงบ้านวังคำแคน จากนั้นเลี้ยวขวาตรงบ้านวังคำแคน เป็นทางลูกรังใช้สำหรับขนพืชไร่อีกประมาณ3.5กิโลเมตร ถึง กลุ่มหินชุดแรกของ มอหินขาว รวมระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตรจากตัวเมือง ในช่วงฤดูฝนควรใช้รถยนต์ประเภทรถกระบะหรือรถขับเคลื่อนสี่ล้อ เพื่อความเหมาะสมกับเส้นทาง ถัดจากกลุ่มหินชุดแรกไปเล็กน้อยจะถึงบริเวณลานกางเต็นท์ มีห้องน้ำบริการ จากจุดนี้มีเส้นทางเดินไปยังกลุ่มหินและจุดชมวิว ได้แก่ หินเจดีย์โขลงช้าง ระยะทางเดินเท้า 650 เมตร ลานหินต้นไทร 900 เมตร สวนหินล้านปี 1,250 เมตร และจุดชมวิวผาหัวนาค 2,500 เมตร (ขอบคุณข้อมูลจาก ททท.)

คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ... ผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวมอหินขาวเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 10 ธค. 2552 เรียกว่าเป็นจุดแวะก่อนที่จะเดินทางไปขึ้นภูกระดึงที่จังหวัดเลยนะครับ วางแผนไว้ว่าก่อนจะไปขึ้นภูกระดึงจะขอแวะเที่ยวตามที่ต่างๆในจังหวัดชัยภูมิก่อน 1 วันแล้ววันรุ่งขึ้นค่อยเดินทางไปภูกระดึงต่อ เรียกว่าไปทั้งทีเอาให้คุ้มค่ากับการเดินทางไปครั้งนี้ทริปนี้ประกอบไปด้วยสมาชิก 4 คน ออกเดินทางจากบ้านที่บางใหญ่ นนทบุรีเวลาประมาณตี 1 กว่าๆ ขับรถไปเรื่อยๆ ผ่านจังหวัดสระบุรี แล้วเลี้ยวขวาไปทางโคราช พอผ่านเขื่อนลำตะคองซักระยะก้อชิดซ้ายแล้วเลี้ยวไปตามเส้นทางไปชัยภูมิ ขับรถไปถึงตัวเมืองชัยภูมิประมาณ 6 โมงเช้า แวะซื้อของและหาอะไรกินรองท้องกันที่ตลาดในตัวเมืองชัยภูมิก่อนเดินทางต่อไปมอหินขาว
บรรยากาศยามเช้าที่ตลาดตัวเมืองชัยภูมิค่อนข้างคึกคัก มีของขายมากมาย อากาศช่วงเช้าค่อนข้างเย็น สังเกตุได้จากพ่อค้าแม่ค้าหลายๆคนใส่เสื้อกันหนาวและสวมหมวกกันทั้งนั้น คณะผมรองท้องด้วยโจ๊กคนล่ะ 1 ชาม จากนั้นสอบถามเส้นทางที่จะไปมอหินขาวจากคนแถวนั้นเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง สอบถามหลายๆคนไม่ค่อยมีใครรู้จักทางไปมอหินขาว น่าแปลกใจเหมือนกัน แต่พอถามทางไปน้ำตกตาดโตน(มอหินขาวไปทางเดียวกันครับ) หลายๆคนกับบอกทางไปถูก สรุปก้อได้ความว่าให้ขับรถไปตามป้ายบอกทางไปน้ำตกตาดโตนก้อจะไปมอหินขาวได้เองเพราะมันไปทางเดียวกัน แต่ป้ายบอกไปมอหินขาวจะน้อยมาก น่าจะเป็นเพราะยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่อยู่น่ะครับ
คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ... คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ...
ขับรถออกจากตัวเมืองมาซัก 20 นาทีก้อมาถึงทางเข้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกตาดโตน จะมีแยกซ้ายมือมีป้ายบอกทางไปมอหินขาว ขับรถไปตามถนนเรื่อยๆจนเข้าเขตหมู่บ้าน ถนนช่วงนี้จะเริ่มเป็นลูกรังวิ่งไปฝุ่นจะฟุ้งตลบพอสมควร จะมีป้ายติดริมถนนว่าให้วิ่งเบาๆเพราะฝุ่นฟุ้งเข้าบ้านชาวบ้านเค้า(น่าเห็นใจชาวบ้านแถวนี้เหมือนกันครับ วิถีชีวิตเดิมๆต้องได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยว) วิ่งไปตามถนนหมู่บ้านจนออกมาสู่พื้นที่โล่งๆ ริมถนนสองข้างทางเริ่มเป็นพื้นที่ไร่มันและพืชไร่อื่นๆวิ่งมาซักพักก้อจะเห็นเสาหินอยู่ไกลๆทางซ้ายมือ เป็นกลุ่มเสาหินกลุ่มแรกของมอหินขาวครับ สรุปว่าท่าจะมาที่มอหินขาว ณ ตอนนี้ต้องรถส่วนตัวเท่านั้นนะครับถึงจะสะดวก
คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ... คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ...

กลุ่มเสาหิน เป็นกลุ่มหินกลุ่มแรกที่จะได้พบเห็นในมอหินขาว ถือเป็นกลุ่มหินที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยก้อว่าได้ มีขนาดสูงใหญ่น่าจะประมาณเสาไฟฟ้าทั่วๆไป เป็นความน่าทึ่งของธรรมชาติที่สร้างสรรค์ออกมาเลยนะครับ ดูในรูปอาจจะเห็นว่ามันไม่สูงใหญ่ ต้องลองมาสัมผัสด้วยตาตัวเองครับถึงจะรู้ว่ามันสวยงามและอลังการมากๆ

ภาพนี้ขนาดเต็่มแล้วเด้อ บ่ต้องคลิกให้เมื่อย ...

ภาพนี้ขนาดเต็่มแล้วเด้อ บ่ต้องคลิกให้เมื่อย ...

ภาพนี้ขนาดเต็่มแล้วเด้อ บ่ต้องคลิกให้เมื่อย ...

ภาพนี้ขนาดเต็่มแล้วเด้อ บ่ต้องคลิกให้เมื่อย ...

จากจุดแรก จะมีป้ายบอกทางไปยังจุดอื่นๆ อีก4จุดด้วยกัน สามารถขับรถไปยังจุดต่างๆได้ หรือใครเลือกจะเดินออกกำลังกายก้อไม่ว่ากัน แต่ขอบอกว่าร้อนมากๆ ระยะทางระหว่างจุดไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้หลบร่ม ขนาดผมไปถึงเช้าๆยังรู้สึกร้อนเลยครับ จากกลุ่มเสาหินไปกลุ่มหินถัดไปจะผ่านที่ทำการอุทยานชั่วคราว เเป็นบริเวณสำหรับให้นักท่องเที่ยวมาพักค้างแรมมีลานกางเต๊นท์ไว้บริการแต่ต้องนำมาเอง มีร้านอาหารไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวร้านสองร้าน มีห้องน้ำอยู่สองห้องและกำลังก่อสร้างเพิ่มเติมอยู่ เนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวใหม่สิ่งอำนวยความสะดวกยังไม่ดีพอ แต่ก้อเหมาะกับขาลุยพอสมควร ทีแรกพวกผมก้อตั้งใจจะพักนอนดูดาวที่นี่เหมือนกันแต่อยากไปเที่ยวที่อื่นต่อเลยไม่ได้พักค้างแรมที่นี่ ครับ
คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ... คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ...
จากที่ทำการจะมองเห็นกลุ่มหินอยู่ไกลๆ เป็นกลุ่มหินเจดีย์และกลุ่มหินโขลงช้างครับ กลุ่มหินกลุ่มอื่นๆจะมีลักษณะไม่สูงเท่ากลุ่มแรกแล้ว แต่จะมีรูปทรงต่างๆ กระจายไปทั่ว กลุ่มหินพวกนี้พอให้เราปีนขึ้นไปเต๊ะท่าถ่ายรูปกันได้นะครับ กลุ่มหินอื่นๆที่เหลือจะมีลักษณะเป็นกลุ่มเป็นก้อนแบบนี้เช่นเดียวกัน ส่วนจุดสุดท้ายคือจุดชมวิวผาหัวนาคจะเป็นผาสำหรับชมวิวนะครับเป็นผาสั้นๆไม่กว้างมาก วันนั้นที่ไปหมอกค่อนข้างครึ้มทำให้วิวไม่สวยเท่าไหร่ ไม่รู้จะเล่าอะไรต่อแล้วรูปที่เหลือก้อคลิกดูเอาเองล่ะกันนะครับ ขอบคุณที่ติดตาม

ภาพนี้ขนาดเต็่มแล้วเด้อ บ่ต้องคลิกให้เมื่อย ...

ภาพนี้ขนาดเต็่มแล้วเด้อ บ่ต้องคลิกให้เมื่อย ...

ภาพนี้ขนาดเต็่มแล้วเด้อ บ่ต้องคลิกให้เมื่อย ...

ภาพนี้ขนาดเต็่มแล้วเด้อ บ่ต้องคลิกให้เมื่อย ...

มีภาพอื่นๆ อีกหลายภาพนะครับ ถ้าอยากดูภาพขนาดเต็มๆ ให้คลิกที่รูปนะครับ จะเปิดหน้าต่างแสดงรูปให้มาให้ใหม่

คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ...
คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ... คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ...
คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ... คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ... คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ...

เทศกาลตรุษจีนปี53 ที่วัดเล่งเน่ยยี่ 2 ยามค่ำคืน

คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ...       สวัสดีครับ คราวนี้ผมมีโอกาสไปเก็บบรรยากาศที่วัดเล่งเน่ยยี่2 ในช่วงเวลากลางคืนอีกครั้งนึง โดยปกติทางวัดนี้จะไม่เปิดเวลากลางคืน(ปกติจะปิดเวลา 17.00 น. ในวันธรรมดา และ 18.00น. ในวันเสาร์-อาทิตย์) โดยวัดจะเปิดเวลากลางคืนเฉพาะงานเทศกาลสำคัญๆเท่านั้น ในช่วงเทศกาลตรุษจีนทางวัดจะมีการเปิดไฟประดับไปทั่ววัด รวมไปถึงตกแต่งวัดด้วยโคมไฟสีแดงสวยงาม ตรุษจีนปีนี้(ปี 53 ซึ่งตรงกับปีชงของผมพอดี อิอิ) เลยถือโอกาสไปเก็บภาพแสงไฟยามค่ำคืนที่วัดแห่งนี้อีกซักครั้ง ...
   ครั้งแรกที่ไปถ่ายรูปที่วัดนี้ตอนกลางคืนคืองานฝังลูกนิมิตรของทางวัดครับ ในครั้งนั้นพกกล้อง Sony DSC H50 ไปเก็บภาพบรรยากาศมา ได้ภาพออกมาดีในระดับที่ตัวเองพอใจ แต่ครั้งนั้นไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้องช่วยในการถ่ายภาพเพราะไม่ต้องการพกอะไรเกะกะไปด้วย แค่อยากถ่ายภาพง่ายๆไม่วุ่นวาย
แต่คราวนี้มีความตั้งใจที่จะถ่ายภาพตอนกลางคืนให้ออกมาสวยๆ ต้องใช้สปีดชัตเตอร์ต่ำๆเพื่อเก็บแสงไฟยามค่ำคืนเลยต้องใช้ขาตั้งกล้องเข้าช่วย แต่ก้อยังไม่มีความรู้เรื่องการถ่ายภาพตอนกลางคืนเท่าไหร่ อาศัยปรับนู่นปรับนี่ไปเรื่อยๆ ผิดๆถูกๆบ้าง รวมทั้งอยากทดลองใช้โหมดบรรยากาศของกล้องในแบบต่างๆดูด้วย แต่การถ่ายภาพคราวนี้ใช้กล้อง Pentax X70 กล้อง D-SLR Like ตัวที่สองของผมครับ ภาพที่ได้ออกมาคราวนี้สวยถูกใจผมมากครับ แต่ได้รับคำแนะนำเพิ่มเติมจากคุณสาร WM แห่ง web photonovince ว่า ให้ทดลองปรับค่ารูรับแสงให้แคบลงกว่านี้และเพิ่มสปีดชัตเตอร์ให้นานขึ้นเพื่อให้ได้แสงไฟที่ออกมาเป็นแฉกสวยๆ งั้นคราวหน้าถ้ามีโอกาสไปเก็บภาพยามค่ำคืนที่วัดนี้อีก จะถ่ายออกมาให้สวยกว่านี้ให้ได้เลย ขอบอก....
ภาพนี้ขนาดเต็่มแล้วเด้อ บ่ต้องคลิกให้เมื่อย ...
ภาพนี้ขนาดเต็่มแล้วเด้อ บ่ต้องคลิกให้เมื่อย ...
ภาพนี้ขนาดเต็่มแล้วเด้อ บ่ต้องคลิกให้เมื่อย ...
ภาพนี้ขนาดเต็่มแล้วเด้อ บ่ต้องคลิกให้เมื่อย ...
ภาพนี้ขนาดเต็่มแล้วเด้อ บ่ต้องคลิกให้เมื่อย ...
มีภาพอื่นๆ อีกหลายภาพนะครับ ถ้าอยากดูภาพขนาดเต็มๆ ก้อให้คลิกที่รูปที่ต้องการดูภาพนะครับ พอคลิกที่รูปแล้วเปิดหน้าต่างแสดงรูปขนาดเต็มมาให้ชมครับ 
คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ... คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ... คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ...
คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ... คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ... คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ...
คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ... คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ... คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ...
คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ... คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ... คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ...
คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ... คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ... คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ...
คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ... คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ... คลิกเพื่อเปิดดูภาพขนาดเต็มๆได้นะจ๊ะ ...